หวิดเกิดโศกนาฏกรรม! ร้านรับซื้อของเก่านำถังสารเคมีมาตัดแยก – สารเคมีรั่วเจ็บ 7 ราย

อาชญากรรม ภัยสังคม

(28 ก.ย. 2563) เมื่อเวลา 13.30 น. ร.ต.อ.กิตติภณ พลเดช รองสว.(สอบสวน) สภ.บางแก้ว ได้รับแจ้งเหตุ มีสารเคมีรั่วไหล ชุมชนบางพลีนิเวศ ข้างบ้านเลขที่ 58/112 ม.4 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เปิดเป็นร้านรับซื้อของเก่า จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ประสามพร ศรีสุขโข ผกก.สภ.บางแก้ว พร้อมด้วยรถน้ำ อบต.บางพลีใหญ่ จำนวน 2 คัน กู้ชีพ อบต.บางพลีใหญ่ และกู้ชีพ รพ.บางพลี รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ บริเวณข้างบ้านที่ถมดินไว้เป็นที่ว่างพบ นายภิญโญ อินสุข อายุ 46 ปี เจ้าของร้านรับซื้อของเก่าที่เกิดเหตุ นำเอาถังเหล็กแคปซูลยาวประมาณ 1 เมตร คล้ายกับถังแก๊ส มาเจาะตัดถังเพื่อนำเหล็กไปขายต่อ แต่เมื่อคนงานใช้แก๊สตัดถังทำให้สารเคมีไม่ทราบชนิดรั่วไหลออกมาอย่างรุนแรง ทำให้มีอาการแน่นและหายใจไม่ออก จนต้องหามส่งโรงพยาบาล

นอกจากนั้นยังมีประชาชนที่พักอาศัยในละแวกใกล้เคียงสูดดมสารเคมีเข้าไปจนมีอาการแน่นหน้าอกและหายใจไม่ออกต้องรีบนำตัวส่ง รพ.ด้วยเช่นกัน มี นายภิญโญ อินสุข อายุ 46 ปี เจ้าของร้านรับซื้อของเก่า นางประไพ ประถมธรรมการ อายุ 50 ปี ร้านค้าฝั่งตรงข้ามและผู้ที่พักอาศัยอยู่ติดกับที่เกิดเหตุ อีกจำนวน 5 คน เป็นเด็ก อายุ 12 ปี 1 คน ด.ญ.อายุ 2 ปี 1 คน น.ส.เตย อายุ 19 ปี น.ส.เนย อายุ 20 ปี นายวาย อายุ 21 ปี ถูกนำส่งรพ.บางพลี รวม 7 คน โดยขณะนี้มีอาการปลอดภัยแล้วแต่ต้องนอนรอดูอาการต่อไปก่อน

หลังตรวจสอบตามต้นไม้ใบหญ้าต่างๆ ในรัศมีเกือบ 100 เมตร ที่ถูกสารเคมีตัวนี้ไปโดนนั้นพบว่าทั้งต้นและใบไม้ถึงกับแห้งเหี่ยวตายยืนต้นทันที เนื่องมาจากความรุนแรงของสารเคมี เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจาก อบต.บางพลีใหญ่ พร้อมชุดผจญสารเคมี เข้าควบคุมสถานการณ์พร้อมทั้งปิดกั้นพื้นที่ในรัศมีโดยรอบไม่ต่ำกว่า 500 เมตร พร้อมทั้งฉีดพ่นละอองน้ำในชั้นบรรยากาศเพื่อเจือจางสารเคมี

จากการสอบถาม นายภิญโญ อินสุข อายุ 46 ปี เจ้าของร้านรับซื้อของเก่า เล่าว่าตนซื้อถังเหล็กนี้มาได้ประมาณ 1 ปี แล้ว โดยเป็นถังลมรุ่นเก่าที่เขาเลิกใช้แล้ว โดยไม่รู้ว่าเป็นถังสารเคมีใดๆ วันนี้จึงนำเอาออกมาตัดเพื่อจะนำเหล็กไปขาย พอใช้แก๊สตัดจนถังทะลุก็มีเคมีไหลฟุ้งออกมา ตนจึงนำผ้าชุบน้ำมาปิดไม่ให้เคมีพุ่งออกมา เคมีที่ออกมานั้นตนไม่รู้ว่าเป็นเคมีชนิดใด ตนสูดดมเข้าไป รู้สึกแสบตาและหายใจไม่ออก

จากการสอบถาม นายพิศนุ ประถมธรรมการ อายุ 63 ปี ชาวบ้านพื้นที่ ม.4 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เจ้าของร้านค้าตรงข้ามที่เกิดเหตุ เล่าว่า ขณะที่ตนเองนั่งอยู่ที่ร้านเห็น นายภิญโญ อินสุข อายุ 46 ปี เจ้าของร้านรับซื้อของเก่านำถังเหล็กมาใช้แก๊สตัดถังสักพักมีเสียงคล้ายระเบิดขึ้นมีควันสีขาวฟุ้งกระจายเต็มพื้นที่ และมีกลิ่นเหม็นจนแสบตาและหายใจไม่ออก ตนจึงรีบวิ่งออกห่างที่เกิดเหตุ และโทรแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ

ด้าน พ.ต.อ.ประสามพร ศรีสุขโข ผกก.สภ.บางแก้ว สั่งตรวจสอบหาข้อเท็จจริงว่าเกิดจากสารเคมีชนิดไหน พร้อมทั้งเตรียมสอบสวนหาที่มาของถังชนิดนี้ว่าซื้อมาจากที่ใด ภายในบรรจุสารเคมีอะไร พร้อมเตรียมเอาผิดผู้ประกอบการในข้อหาที่เกี่ยวข้อง

ส่วน นายธวัชชัย นามสมุทร นายอำเภอบางพลี สั่งระดมทีมสาธารณสุขบางพลีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้ว โดยขณะนี้ยังคงต้องรอหน่วยงานที่เชี่ยวชาญด้านสารเคมีเข้ามาตรวจสอบและประเมินผลกระทบอย่างละเอียดเพื่อหาข้อเท็จจริงเรื่องสารเคมี และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยียวยาผู้ป่วยต่อไป.

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *